Facial Contouring

ปรับโครงหน้าและขากรรไกรที่เกาหลี — โหนกแก้ม กราม คาง และผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น

การปรับโครงกระดูกใบหน้าเป็นหัตถการที่เปลี่ยนสัดส่วนได้มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่ต้องการการวางแผนด้วยภาพเอกซเรย์และซีทีสแกนอย่างละเอียดที่สุด

เราเลือกโรงพยาบาลที่มีทีมศัลยแพทย์กระดูกใบหน้าและวิสัญญีแพทย์ประจำ พร้อมมาตรฐานห้องผ่าตัดที่รองรับหัตถการระดับนี้

ปรับโครงหน้าและขากรรไกรที่เกาหลี — โหนกแก้ม กราม คาง และผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น

Facial Contouring

เหมาะกับใคร

  • หน้ากว้างจากโหนกแก้มหรือกรามที่กางออก
  • กรามเหลี่ยมชัด ต้องการเส้นขอบหน้าที่นุ่มลง
  • คางสั้น คางถอย หรือคางเบี้ยว
  • ฟันสบผิดปกติ ยิ้มเห็นเหงือกมาก หรือปากอูม
  • ใบหน้าไม่สมมาตรจากโครงกระดูก

รายละเอียด

เทคนิคหลักในการปรับโครงหน้า

หัตถการกลุ่มนี้ทำกับกระดูก จึงต้องประเมินเส้นประสาท ฟัน และการสบฟันร่วมกันเสมอ

01

Zygoma Reduction

ลดโหนกแก้ม

ตัดและเลื่อนกระดูกโหนกแก้มเข้าด้านใน เพื่อลดความกว้างของใบหน้าส่วนกลาง มักลงแผลในช่องปากร่วมกับแผลเล็กที่ข้างศีรษะ

ข้อดี

  • ลดความกว้างของหน้าอย่างชัดเจน
  • ทำให้หน้าดูเรียวขึ้นในมุมตรง
  • ผลคงทนถาวร

ข้อจำกัด

  • อาจมีการหย่อนคล้อยของแก้มหากไม่ยึดตรึงดี
  • บวมมากในช่วงแรก
  • ต้องอาศัยศัลยแพทย์กระดูกที่ชำนาญ

02

Mandible / V-line Surgery

ตัดกราม / วีไลน์

ตัดมุมกรามและปรับความกว้างของคางเพื่อให้เส้นขอบหน้าเรียวลงเป็นรูปตัววี

ข้อดี

  • เปลี่ยนรูปหน้าได้ชัด
  • แก้กรามเหลี่ยมและคางกว้างพร้อมกันได้
  • ผลถาวร

ข้อจำกัด

  • เสี่ยงต่อเส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณริมฝีปากล่างและคาง
  • อาการชาอาจอยู่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
  • พักฟื้นนานและต้องกินอาหารเหลวช่วงแรก

03

Genioplasty

เสริมหรือเลื่อนคาง

เลื่อนกระดูกคางไปด้านหน้า ด้านหลัง หรือหมุนเพื่อแก้ความเบี้ยว ทางเลือกอื่นคือการเสริมด้วยวัสดุ

ข้อดี

  • ปรับสัดส่วนด้านข้างของใบหน้าได้ดี
  • แก้คางเบี้ยวได้
  • ใช้กระดูกของตัวเองได้

ข้อจำกัด

  • มีอาการชาบริเวณคางช่วงแรก
  • ต้องประเมินร่วมกับการสบฟัน
  • การเสริมวัสดุมีความเสี่ยงติดเชื้อ

04

Two-jaw Surgery

ผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น

ตัดและจัดตำแหน่งขากรรไกรบนและล่างใหม่ ใช้ในกรณีการสบฟันผิดปกติหรือโครงหน้าผิดสัดส่วนมาก โดยทำงานร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน

ข้อดี

  • แก้ทั้งการทำงานของการสบฟันและรูปหน้า
  • เปลี่ยนสัดส่วนใบหน้าได้มากที่สุด
  • แก้ปัญหาปากอูมและยิ้มเห็นเหงือกได้

ข้อจำกัด

  • เป็นหัตถการใหญ่ ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน
  • มักต้องจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัด
  • พักฟื้นเต็มที่ใช้เวลาหลายเดือน

ตารางเปรียบเทียบการปรับโครงหน้า

หัตถการนอนโรงพยาบาลอยู่เกาหลีบวมชัดความเสี่ยงเส้นประสาท
ลดโหนกแก้ม1–2 คืน10–14 วัน3–6 สัปดาห์ต่ำ–กลาง
ตัดกราม/วีไลน์1–2 คืน12–14 วัน4–8 สัปดาห์กลาง
เลื่อนคาง1 คืน10 วัน3–4 สัปดาห์กลาง
ขากรรไกรสองชั้น3–5 คืน14–21 วัน2–3 เดือนกลาง–สูง

ไทม์ไลน์การพักฟื้น

กลุ่มกระดูกใบหน้าต้องการเวลาพักฟื้นนานที่สุด และต้องดูแลช่องปากอย่างเคร่งครัด

  1. วันที่ 0–3

    บวมมากที่สุด อยู่โรงพยาบาล ใส่สายระบายและกินอาหารเหลว

  2. วันที่ 4–10

    บวมเริ่มลด ตัดไหมในช่องปากบางส่วน เริ่มเดินและทำกิจวัตรเบา ๆ

  3. สัปดาห์ที่ 2–4

    กลับประเทศได้ ยังบวมเห็นชัด ต้องใส่สายรัดกระชับตามคำแนะนำ

  4. เดือนที่ 2–3

    เส้นขอบหน้าเริ่มชัด อาการชาลดลง กลับกินอาหารปกติได้มากขึ้น

  5. เดือนที่ 6–12

    กระดูกยึดติดสมบูรณ์และรูปหน้านิ่ง ประเมินผลสุดท้าย

ผลลัพธ์จริง

ผลลัพธ์จริงและระยะเวลาที่ต้องรอ

งานกระดูกให้ผลเปลี่ยนแปลงมากที่สุด แต่ก็ใช้เวลาพักฟื้นนานที่สุดและมีช่วง 'หน้าไม่สวย' ที่ต้องเตรียมใจ

สัปดาห์ที่ 1–2

บวมมากที่สุด อ้าปากได้จำกัด พูดไม่ชัด รับประทานได้เฉพาะอาหารเหลว มีอาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก หรือแก้ม ซึ่งเป็นเรื่องคาดหมายได้

สัปดาห์ที่ 3–6

บวมลดลงชัดเจน กลับไปทำงานที่ไม่ใช้แรงได้ เริ่มรับประทานอาหารอ่อน เส้นกรอบหน้าเริ่มเห็นเป็นรูป แต่ยังมีบวมค้างบริเวณแก้มและใต้คาง

เดือนที่ 3

รูปหน้าเข้าที่ประมาณ 70–80% กระดูกเริ่มเชื่อมมั่นคง อาการชาส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้น ถ่ายภาพเปรียบเทียบได้อย่างมีความหมาย

เดือนที่ 6–12

เป็นผลลัพธ์จริง กระดูกเชื่อมสมบูรณ์ เนื้อเยื่อนิ่ม เส้นขอบหน้าคมชัดที่สุด บางรายอาการชาเล็กน้อยยังคงอยู่และค่อยดีขึ้นถึง 12–18 เดือน

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

การตัดกระดูกช่วยเรื่องความกว้างและมุมของโครงหน้า แต่ไม่ทำให้ผิวกระชับขึ้นเอง ผู้ที่ผิวหย่อนอาจต้องพิจารณาการยกกระชับร่วมด้วย และผลลัพธ์ต้องอยู่ในขอบเขตที่กระดูกและเส้นประสาทอนุญาต

การตัดสินใจทำหัตถการกระดูกควรผ่านการประเมิน CT และความเห็นแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น ไม่ใช่จากภาพตัวอย่าง

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • เตรียมผลเอกซเรย์ฟันหรือซีทีสแกนหากมี
  • ตรวจสุขภาพช่องปากและรักษาฟันผุให้เรียบร้อยก่อน
  • ตรวจเลือดและประเมินความพร้อมสำหรับการดมยาสลบ
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ทั้งหมด
  • วางแผนลาพักงานอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์
  • เตรียมอาหารเหลวและหลอดดูดสำหรับช่วงแรก

การดูแลหลังหัตถการ

  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่งทุกครั้งหลังอาหาร
  • กินอาหารเหลวและอาหารอ่อนตามระยะที่กำหนด
  • ใส่สายรัดกระชับใบหน้าตามเวลาที่แนะนำ
  • งดออกกำลังกายหนักและกีฬาปะทะ 6–8 สัปดาห์
  • ทำกายภาพขยับปากตามคำแนะนำเพื่อลดข้อต่อยึด
  • ติดตามผลตามนัด และแจ้งเราหากมีอาการผิดปกติ

ตารางเตรียมตัว

ตารางเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมโครงหน้าและขากรรไกร

หัตถการกลุ่มนี้เป็นการผ่าตัดกระดูก จึงต้องประเมินอย่างละเอียดที่สุดและต้องใช้ทีมที่ชำนาญเฉพาะทาง

  1. 01

    8–12 สัปดาห์ก่อน

    ส่งภาพใบหน้าและภาพยิ้ม พร้อมข้อมูลการสบฟันและประวัติจัดฟัน แพทย์มักขอ CT 3D เพื่อดูความหนากระดูก ตำแหน่งเส้นประสาท และเส้นการตัดที่ปลอดภัย

  2. 02

    6 สัปดาห์ก่อน

    ตรวจสุขภาพเต็มรูปแบบ เอกซเรย์ปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และผลเลือด เนื่องจากต้องใช้ยาสลบทั้งตัว หากมีปัญหาการสบฟันรุนแรง อาจต้องปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันร่วม

  3. 03

    4 สัปดาห์ก่อน

    รักษาฟันผุและเหงือกอักเสบให้เรียบร้อยเพราะแผลอยู่ในช่องปาก งดสูบบุหรี่ เตรียมวางแผนลาหยุดงานอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์

  4. 04

    2 สัปดาห์ก่อน

    งดยาละลายลิ่มเลือดและอาหารเสริมตามคำสั่งแพทย์ เพิ่มโปรตีนและธาตุเหล็กเพื่อเตรียมการฟื้นตัว ซ้อมใช้หลอดและเตรียมอาหารเหลวสำหรับ 1–2 สัปดาห์แรก

  5. 05

    3–7 วันก่อน

    เตรียมของใช้: น้ำยาบ้วนปากที่แพทย์แนะนำ แปรงสีฟันหัวเล็ก อาหารเหลวโปรตีนสูง ถุงเจลเย็น หมอนรองคอ และผ้าพันกระชับตามที่โรงพยาบาลกำหนด

  6. 06

    วันผ่าตัด

    งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ถอดเครื่องประดับ คอนแทคเลนส์ และเล็บเจล ยืนยันแผนการตัดกระดูกและบริเวณที่จะทำร่วมกับแพทย์อีกครั้ง

  7. 07

    หลังผ่าตัดในเกาหลี

    โดยทั่วไปต้องอยู่ 14–21 วัน เพื่อนอนโรงพยาบาล 1–3 คืน ตรวจแผลในปาก เอกซเรย์ติดตาม และตัดไหม ก่อนบินควรได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าบินได้

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • มีไข้สูง แผลในปากมีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ
  • บวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผ่านช่วงบวมสูงสุด
  • อาการชาแย่ลงหรือขยายบริเวณ
  • อ้าปากไม่ได้หรือการสบฟันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
  • หายใจลำบากหรือกลืนลำบาก

ข้อควรระวัง

ความเสี่ยงที่ต้องทราบอย่างละเอียด

นี่คือกลุ่มหัตถการที่ความเสี่ยงสูงที่สุดในงานศัลยกรรมความงาม ควรตัดสินใจอย่างมีข้อมูลครบถ้วน

อาการชาถาวรบางส่วน

เส้นประสาทที่เลี้ยงคางและริมฝีปากล่างอยู่ใกล้แนวตัดกระดูก ส่วนใหญ่ชากลับมาปกติภายใน 6–12 เดือน แต่มีโอกาสชาถาวรบางบริเวณ

เลือดออกมากและก้อนเลือด

ต้องเฝ้าระวังใน 48 ชั่วโมงแรก โดยเฉพาะการผ่าตัดขากรรไกร บางกรณีต้องกลับไปห้องผ่าตัดเพื่อระบายเลือด นี่คือเหตุผลที่ต้องนอนโรงพยาบาล

การสบฟันเปลี่ยนแปลง

ในการผ่าตัดขากรรไกรอาจมีการปรับตำแหน่งการสบฟัน ต้องพร้อมติดตามกับทันตแพทย์และอาจต้องจัดฟันร่วมหลังผ่าตัด

การติดเชื้อในช่องปาก

เพราะแผลอยู่ในปาก การรักษาความสะอาดตามคำสั่งจึงสำคัญมาก อาการเตือนคือปวดเพิ่มขึ้น มีกลิ่น มีหนอง หรือมีไข้เกิน 38 องศา

แก้มตกหรือผิวหย่อน

พบได้เมื่อกรอกระดูกมากในผู้ที่ผิวยืดหยุ่นน้อย จึงต้องประเมินอายุ ความหย่อนของผิว และปริมาณกระดูกที่ปรับได้อย่างพอเหมาะ

ผู้ที่ไม่เหมาะกับหัตถการนี้

ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอดที่เสี่ยงต่อยาสลบ ภาวะเลือดออกผิดปกติ กระดูกบางผิดปกติ ตั้งครรภ์ หรือมีความคาดหวังเกินกว่าที่กายวิภาคจะรองรับได้

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

การปรับโครงหน้าเป็นกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายสูงที่สุด เพราะรวมค่าห้องผ่าตัด วิสัญญี และการนอนโรงพยาบาล

  • จำนวนตำแหน่งกระดูกที่ปรับ
  • ต้องผ่าตัดขากรรไกรสองชั้นหรือไม่
  • ค่าจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัดในบางกรณี
  • จำนวนคืนที่นอนโรงพยาบาลและการดูแลหลังผ่าตัด
  • ระดับโรงพยาบาลและทีมศัลยแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการปรับโครงหน้า

อ่านหัตถการที่เกี่ยวข้อง

การปรับโครงกระดูกใบหน้าเป็นหัตถการใหญ่ที่ต้องได้รับการประเมินโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

แชทเลย