Lifting & Anti-aging

ยกกระชับและดึงหน้าที่เกาหลี — SMAS ร้อยไหม ยกคิ้ว และการฉีดไขมัน

ความอ่อนวัยไม่ได้มาจากการดึงให้ตึงที่สุด แต่มาจากการคืนปริมาตรและจัดชั้นเนื้อเยื่อให้กลับตำแหน่งเดิมอย่างพอเหมาะ

เราวางแผนร่วมกับแพทย์ว่าควรเริ่มจากหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือควรทำการดึงหน้าจริงเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลาและงบไปกับสิ่งที่ไม่ตอบปัญหา

ยกกระชับและดึงหน้าที่เกาหลี — SMAS ร้อยไหม ยกคิ้ว และการฉีดไขมัน

Lifting & Anti-aging

เหมาะกับใคร

  • แก้มหย่อน ร่องแก้มลึก และเส้นขอบหน้าเบลอ
  • เหนียงและใต้คางไม่กระชับ
  • หน้าผากและคิ้วตกจนดูเคร่งเครียด
  • ใบหน้าดูโหลจากการเสียปริมาตรไขมัน
  • ผิวเริ่มบางและขาดความยืดหยุ่นตามวัย

รายละเอียด

ทางเลือกหลักในการยกกระชับ

แต่ละแนวทางมีระดับการรุกรานและระยะเวลาผลลัพธ์ที่ต่างกันชัดเจน

01

SMAS Facelift

ดึงหน้าชั้นลึก

ยกและตรึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS ไม่ใช่แค่ดึงผิวหนัง จึงได้ผลที่คงทนและดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ข้อดี

  • ผลชัดและคงทน 7–10 ปี
  • แก้ความหย่อนระดับลึกได้
  • จัดเส้นขอบหน้าและเหนียงได้พร้อมกัน

ข้อจำกัด

  • เป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้ยาสลบ
  • มีแผลรอบใบหูและแนวไรผม
  • พักฟื้น 3–4 สัปดาห์และบวมนาน

02

Mini Lift

ดึงหน้าบางส่วน

ดึงกระชับเฉพาะบริเวณแก้มและกรอบหน้าด้วยแผลที่สั้นกว่า เหมาะกับความหย่อนระดับต้นถึงกลาง

ข้อดี

  • พักฟื้นเร็วกว่าการดึงหน้าเต็มรูปแบบ
  • แผลสั้นกว่า
  • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

ข้อจำกัด

  • ผลไม่มากเท่าการดึงชั้นลึก
  • ไม่เหมาะกับความหย่อนมาก
  • ระยะเวลาผลสั้นกว่า

03

Thread Lift

ร้อยไหม

ใส่ไหมที่มีเงี่ยงเพื่อยกเนื้อเยื่อขึ้นและกระตุ้นคอลลาเจน เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นสั้น
  • ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้
  • เห็นผลทันทีระดับหนึ่ง

ข้อจำกัด

  • ผลอยู่ประมาณ 1–2 ปี
  • อาจคลำได้หรือรู้สึกตึงในช่วงแรก
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยมาก

04

Forehead / Brow Lift

ยกหน้าผากและคิ้ว

ยกตำแหน่งคิ้วและคลายกล้ามเนื้อหน้าผาก มักทำผ่านกล้องส่องผ่านแผลเล็กในแนวไรผม

ข้อดี

  • เปิดโหนกตาและทำให้ตาดูสว่างขึ้น
  • ลดริ้วรอยหน้าผาก
  • แผลซ่อนในไรผม

ข้อจำกัด

  • อาจรู้สึกชาบริเวณศีรษะช่วงแรก
  • หากยกมากเกินไปจะดูตกใจ
  • ต้องประเมินร่วมกับภาวะหนังตาตก

05

Fat Grafting

ฉีดไขมันของตัวเอง

ดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาเติมบริเวณที่เสียปริมาตร เช่น ขอบตา แก้ม และขมับ

ข้อดี

  • ใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง
  • คืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้า
  • ผลบางส่วนอยู่ระยะยาว

ข้อจำกัด

  • ไขมันบางส่วนสลายไปจึงอาจต้องทำซ้ำ
  • บวมชัดในสองสัปดาห์แรก
  • ต้องฉีดอย่างระวังเพื่อไม่ให้เป็นก้อน

ตารางเปรียบเทียบการยกกระชับ

แนวทางการรุกรานพักฟื้นระยะเวลาผลเหมาะกับ
ดึงหน้า SMASสูง3–4 สัปดาห์7–10 ปีหย่อนคล้อยมาก
มินิลิฟต์กลาง2 สัปดาห์3–5 ปีหย่อนระดับต้น–กลาง
ร้อยไหมต่ำ3–7 วัน1–2 ปีหย่อนเล็กน้อย
ยกคิ้ว-หน้าผากกลาง2 สัปดาห์5–7 ปีคิ้วตก หน้าผากมีริ้วรอย
ฉีดไขมันต่ำ–กลาง1–2 สัปดาห์หลายปีบางส่วนหน้าโหล เสียปริมาตร

ไทม์ไลน์การพักฟื้น

อ้างอิงกรณีดึงหน้าชั้นลึก หัตถการที่รุกรานน้อยกว่าจะใช้เวลาน้อยกว่านี้

  1. วันที่ 0–3

    บวมและช้ำมากที่สุด ใส่สายรัดกระชับ ประคบเย็นและพักผ่อนเต็มที่

  2. วันที่ 4–10

    ตัดไหมบางส่วน ช้ำเริ่มเปลี่ยนสี เดินและทำกิจวัตรเบาได้

  3. สัปดาห์ที่ 2–4

    บวมลดลงมาก ปิดด้วยผมและแต่งหน้าได้ กลับทำงานได้ในหลายกรณี

  4. เดือนที่ 2–3

    แผลนิ่มลง เส้นขอบหน้าชัดขึ้น อาการชาลดลง

  5. เดือนที่ 6–12

    แผลจางและผลลัพธ์นิ่งเต็มที่

ผลลัพธ์จริง

ผลลัพธ์จริงของแต่ละระดับ

ยิ่งผลลัพธ์ชัดและอยู่นาน ยิ่งต้องแลกด้วยเวลาพักฟื้น การเปรียบเทียบตามความจริงจึงสำคัญ

หัตถการพลังงาน (HIFU/RF)

เห็นการกระชับเล็กน้อยทันทีจากอาการบวม จากนั้นผลจริงจะค่อยเกิดที่ 8–12 สัปดาห์ตามการสร้างคอลลาเจน อยู่ได้ราว 9–18 เดือน เหมาะกับความหย่อนระยะเริ่มต้น

ร้อยไหม

เห็นการยกทันทีในสัปดาห์แรกแต่ปนกับอาการบวม ทรงจะลงตัวที่ 3–4 สัปดาห์ ผลอยู่ราว 12–18 เดือน อาจรู้สึกตึงหรือคลำได้เส้นในช่วงแรก

การผ่าตัดดึงหน้า

ผลชัดที่สุด ช่วง 2–3 สัปดาห์แรกยังบวมและตึงมาก รูปหน้าลงตัวที่ 2–3 เดือน และดูเป็นธรรมชาติที่สุดหลัง 6 เดือน ผลอยู่ได้หลายปีขึ้นกับอายุและการดูแล

สิ่งที่ทุกวิธีทำไม่ได้

ไม่หยุดกระบวนการชราภาพ ไม่แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำหรือรูขุมขน และไม่ทดแทนการลดน้ำหนักหรือการดูแลสุขภาพผิวพื้นฐาน

ปัจจัยที่ทำให้ผลต่างกัน

อายุ ความยืดหยุ่นผิว ปริมาณไขมันใต้ผิว การสูบบุหรี่ การนอน และการกันแดด มีผลต่อทั้งความชัดของผลและระยะเวลาที่คงอยู่

การยกกระชับไม่ใช่การรับประกันอายุที่ลดลงเป็นตัวเลข ผลลัพธ์เป็นการปรับเส้นกรอบหน้าให้ดูพักผ่อนเพียงพอมากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • ส่งภาพหน้าตรงและมุมข้างพร้อมภาพขณะยิ้ม
  • แจ้งประวัติการทำหัตถการเดิม ทั้งฟิลเลอร์ ไหม และเครื่องมือพลังงาน
  • หยุดยาและอาหารเสริมที่เพิ่มเลือดออกตามคำแนะนำ
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ เพราะเสี่ยงต่อการหายของแผล
  • เตรียมหมวก ผ้าคลุม และเสื้อผ่าหน้าสำหรับช่วงพักฟื้น

การดูแลหลังหัตถการ

  • ใส่สายรัดกระชับตามเวลาที่แพทย์กำหนด
  • นอนหนุนหมอนสูงและงดนอนตะแคงในช่วงแรก
  • งดสระผมด้วยน้ำร้อนและงดย้อมผมตามระยะที่กำหนด
  • งดออกกำลังกายหนักและซาวน่า 4 สัปดาห์
  • นวดหรือทำกายภาพเฉพาะเมื่อได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • กันแดดบริเวณแผลอย่างเคร่งครัด

ตารางเตรียมตัว

ตารางเตรียมตัวก่อนยกกระชับและดึงหน้า

งานยกกระชับมีทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด การเตรียมตัวจึงต่างกันตามระดับที่เลือก

  1. 01

    4–6 สัปดาห์ก่อน

    ส่งภาพหน้าตรง ด้านข้าง และภาพก้มหน้าเล็กน้อย เพื่อประเมินความหย่อนของผิว ปริมาณไขมัน และตำแหน่งที่ต้องยก แพทย์จะแนะนำว่าควรใช้พลังงาน ไหม หรือการผ่าตัดดึงหน้า

  2. 02

    3–4 สัปดาห์ก่อน

    หากเคยฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำเลเซอร์ ให้แจ้งชนิดและช่วงเวลา เพราะมีผลต่อการวางแผนและระยะห่างของหัตถการ งดยาที่ทำให้เลือดออกตามคำสั่งแพทย์

  3. 03

    2 สัปดาห์ก่อน

    งดสูบบุหรี่อย่างเคร่งครัดหากทำการผ่าตัดดึงหน้า เพราะเพิ่มความเสี่ยงผิวบริเวณแผลตายอย่างมีนัยสำคัญ ควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์

  4. 04

    1 สัปดาห์ก่อน

    งดแอลกอฮอล์ พักผ่อนเพียงพอ เพิ่มโปรตีน ทำสีผมให้เรียบร้อยล่วงหน้าเพราะหลังผ่าตัดต้องเว้นการทำสีหลายสัปดาห์

  5. 05

    1–2 วันก่อน

    สระผมด้วยแชมพูอ่อน เตรียมเสื้อผ่าหน้า หมอนสูง ถุงเจลเย็น และผ้าพันกระชับ ถ้าเป็นหัตถการไม่ผ่าตัด งดครีมกรดผลไม้และเรตินอลบริเวณใบหน้า

  6. 06

    วันทำหัตถการ

    มาโดยไม่แต่งหน้า ยืนยันแผนบริเวณที่จะยก ระดับพลังงานหรือแนวแผลกับแพทย์ และสอบถามข้อจำกัดหลังทำที่ต้องปฏิบัติในสัปดาห์แรก

  7. 07

    ก่อนบินกลับ

    หัตถการพลังงานหรือไหมมักกลับได้ภายใน 2–4 วัน ส่วนการผ่าตัดดึงหน้าควรเผื่อ 10–14 วันเพื่อตัดไหมและตรวจแผลก่อนเดินทาง

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • บวมข้างเดียวอย่างรวดเร็วหรือรู้สึกตึงผิดปกติ
  • ผิวบริเวณแผลซีดขาวหรือคล้ำผิดปกติ
  • มีไข้ หนอง หรือแผลแยก
  • ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ได้หรือปากเบี้ยว
  • ปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด

ข้อควรระวัง

ข้อควรระวังของงานยกกระชับ

ความเสี่ยงต่างกันชัดเจนระหว่างหัตถการพลังงาน ไหม และการผ่าตัด

ผิวไม่เรียบหรือเป็นคลื่น

พบได้จากการร้อยไหมหรือพลังงานที่ลงลึกไม่สม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 4–8 สัปดาห์ แต่บางรายต้องนวดหรือแก้ไข

เส้นประสาทใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราว

เป็นความเสี่ยงของการผ่าตัดดึงหน้า อาจทำให้ยิ้มไม่เท่ากันชั่วคราว ส่วนใหญ่กลับเป็นปกติ แต่ต้องเลือกแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะทาง

ผมร่วงบริเวณแนวแผล

พบได้ในการดึงหน้าที่แนวแผลอยู่ในไรผม มักเป็นชั่วคราว การสูบบุหรี่และแรงตึงมากเพิ่มความเสี่ยง

ไขมันใบหน้าลดลงมากเกินไป

พลังงานที่ใช้ซ้ำถี่เกินไปอาจทำให้แก้มดูโหลลึก จึงควรเว้นระยะตามคำแนะนำและไม่ทำซ้ำเร็วกว่ากำหนด

การติดเชื้อและแผลเป็น

พบได้ทุกหัตถการที่มีการเจาะหรือกรีด สัญญาณคือปวดเพิ่ม บวมแดงร้อน หรือมีหนอง ต้องพบแพทย์ทันที

ผู้ที่ควรเลี่ยง

ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการติดเชื้อผิวหนังบริเวณที่ทำ ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน มีแผลเป็นคีลอยด์รุนแรง หรือมีโรคที่ทำให้แผลหายช้า

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

ค่าใช้จ่ายขึ้นกับระดับการรุกรานและจำนวนบริเวณที่ทำ มากกว่าชื่อเทคนิคทางการตลาด

  • ดึงหน้าเต็มรูปแบบหรือดึงเฉพาะบางส่วน
  • จำนวนบริเวณที่ทำ เช่น หน้าผาก แก้ม คอ
  • ประเภทและจำนวนไหมที่ใช้ในกรณีร้อยไหม
  • ปริมาณไขมันที่ต้องเก็บและเตรียมสำหรับการฉีด
  • ประเภทของยาสลบและการนอนโรงพยาบาล

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการยกกระชับ

อ่านหัตถการที่เกี่ยวข้อง

Eye Surgery

ศัลยกรรมตา

ดวงตาคือจุดแรกที่คนมองเห็น ศัลยกรรมตาจึงเป็นหัตถการที่ต้องวางแผนละเอียดที่สุด ตั้งแต่ความหนาของเปลือกตา ปริมาณไขมัน แรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ไปจนถึงรูปหน้าโดยรวม

อ่านรายละเอียด

Facial Contouring

ปรับโครงหน้า

การปรับโครงกระดูกใบหน้าเป็นหัตถการที่เปลี่ยนสัดส่วนได้มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่ต้องการการวางแผนด้วยภาพเอกซเรย์และซีทีสแกนอย่างละเอียดที่สุด

อ่านรายละเอียด

Skin Regeneration

สเต็มเซลล์ผิวหน้า

หัตถการกลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ผิวเปลี่ยนในวันเดียว แต่ทำงานกับกระบวนการซ่อมแซมของผิวในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

อ่านรายละเอียด

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การเลือกแนวทางยกกระชับต้องอาศัยการตรวจประเมินจริงโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

แชทเลย